สวัสดีค่ะสีชัง: Si Chang in 3 hours
สวัสดีค่าา //\\
วันนี้เราจะมารีวิวการเดินทางของเราแบบสั้นๆที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ โดยเรากับเพื่อนๆตกลงกันว่าจะไปเกาะสีชังกันแบบเช้าเย็นกลับค่ะ
ช่วยแนะนำติชมกันได้เลยค่ะ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านล่วงหน้านะคะ ❤
ในส่วนของประวัติความเป็นมาของเกาะสีชังสามารถอ่านได้ที่นี่เลยค่ะ
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%87
การเดินทางมายังเกาะสีชังสามารถมาได้ทั้งรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนตัวนะคะ
โดยเราเลือกที่จะใช้รถยนต์ส่วนตัวจากกรุงเทพมหานครมากับเพื่อนอีกสามคนค่ะ
เส้นทางที่เราใช้คือ เริ่มต้นที่ Future Park Rangsit และใช้เส้นทางลำลูกกา-องครักษ์ (ผ่านดรีมเวิล์ด) ก่อนเลี้ยวเข้าสู่ทางพิเศษบางประอิน-บางนา โดยเส้นนี้จะไปบรรจบกับเส้น motor way โดยผ่านด่าเก็บค่าผ่านทางสองด่านด้วยกัน ค่าเสียหายด่านละ 30 บาทค่ะ ใครใช้ easy pass/m-pass ก็เข้าช่องขวาสุดเลยค่ะ
** อยากให้ทำใจนิดนึง กะเวลาเผื่อไว้เยอะ เพราะด่านเก็บค่าผ่านทางก่อนทางออกไป motor way นั้น รถเยอะมากค่ะ **
ระยะทางระหว่างกรุงเทพ-ไปยังศรีราชานั้นไม่ไกลมากค่ะ ประมาน 70 กม. ใช้เวลาชั่วโมงเศษๆก็ถึงแล้ว
เราขอเริ่มการรีวิวการเดินทางของเราตรงนี้เลยนะคะ
เราออกจากกทม.กันตั้งแต่แปดโมงกว่าๆ แต่เนื่องด้วยปัญหาการจราจร + แวะจุดพักรถ + วนหาที่จอด ซึ่งเอาจริงๆคือเวลาพอดีเป๊ะๆเลยค่ะ 11 โมงห้าสิบ เหลือเวลาสิบนาทีให้ไปที่ท่าเรือ โดยโบกสามล้อแถวนั้นไปท่าเรือค่ะ 60 บาท ไปถึงท่าเรือ 12.00 เป๊ะ เรือออกไปแล้ววว TT
ตอนนี้คือรู้สึกตัวเองน่าสมเพชมาก555 เรือถอยออกไปต่อหน้าต่อตา คือเราไม่คิดว่าเขาจะออกแบบเป๊ะขนาดนี้นเลยย ทำให้ต้องเสียเวลารอเรือรอบต่อไปอีกชม.นึง
** เรือจากศรีราชา-เกาะสีชัง ออกทุกๆหนึ่งชั่งโมงค่ะ และใช้เวลาอีกประมาณหนึ่งชั่วโมงในการเดินทาง**
เนื่องด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวไป เลยทำให้การท่องเที่ยวในเกาะสีชังของเรากินเวลาเพียงแค่ 3ชั่วโมงเศษเท่านั้นค่ะ
สำหรับใครที่จะนำรถไปแล้วอยากไปที่จอดแบบดีๆหน่อย (ไม่ต้องจอดแปะไว้ริมทาง) แนะนำไปจอดที่โรงเจนะคะ อยู่ทางด้านหลังตลาดสดเทศบาลศรีราชา แล้วก็เหมาสามล้อมาลงที่ท่าเรือเลยค่ะ ราคาก็จะต่างกันไปและแต่เขาเรียกนะคะ
-- เรือข้ามระหว่างเกาะค่ะ ระวังตอนขึ้น-ลงเรือนิดนึง เราไม่มีบันไดนะคะ คนขาสั้นแบบเราต้องก้าวสุดๆเลยค่ะ555 แนะนำนั่งชั้นสองนะคะ ลมเย็นสบาย ได้วิวสวยๆระหว่างทางเยอะเลยค่ะ --
พอไปถึงท่าเรือเกาะสีชังแล้วก็จะมีรถมอเตอร์ไซค์จอดรออยู่ค่ะ ให้เราเช่ากับคนที่เขายืนถือป้ายโบกๆไว้เลย ส่วนเราเป็น One-day trip บวก ขี่ไม่เป็นเลยขอเช่ารถเที่ยวแทน ตารางเต็มๆเขาจะพาไปทั้งหมด 4 ที่นะคะ แต่เราของตัวศาลเจ้าออกไปเพราะเวลาไม่พอจริงๆ เลยเหลือเป็น หาดถ้ำพัง --> สะพานอัษฎางค์ --> ช่องเขาขาด
จะไปทั้งหมดหรือน้อยกว่าเขาคิดราคาเท่ากันนะคะคือ 250 ไม่มีบวกเพิ่ม เวลาเขาเอาเราไปส่งที่ต่างๆก็จะกลับไปรับคณะอื่นอีกค่ะ พอเราเสร็จให้โทร.ไปหาพี่เขาแล้วเขาจะกลับมารับเองค่ะ
ภาพนี้คือภาพบริเวณเก้าอี้ผ้าใบ ริมหาดถ้ำพังค่ะ เขาเป็นร้านอาหารด้วยนะคะ ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวก็จังสั่งเครื่องดื่ม อาหารเล็กๆน้อยๆ มานั่งทานค่ะ วันที่เราไปเป็นวันธรรมดากลางสัปดาห์ คนแทบไม่มีเลยค่ะ
ตรงนี้ลมเย็นสบายมาก นั่งทางอาหารไป ชมวิวทะเลไป จะมีความสุขมากมาย ><
ภาพด้านล่างคือวิวบริเวณที่เรานั่งนะคะ ลมโกรก วิวสวย โคตรสวรรค์ แถมน้ำใสน่าลงมากกกกก หรือจะเดินถ่ายรูปบริเวณชายหาดก็ดีนะคะ แสงสวยมากกกก
วันนี้เราจะมารีวิวการเดินทางของเราแบบสั้นๆที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ โดยเรากับเพื่อนๆตกลงกันว่าจะไปเกาะสีชังกันแบบเช้าเย็นกลับค่ะ
ช่วยแนะนำติชมกันได้เลยค่ะ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านล่วงหน้านะคะ ❤
ในส่วนของประวัติความเป็นมาของเกาะสีชังสามารถอ่านได้ที่นี่เลยค่ะ
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%87
การเดินทางมายังเกาะสีชังสามารถมาได้ทั้งรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนตัวนะคะ
โดยเราเลือกที่จะใช้รถยนต์ส่วนตัวจากกรุงเทพมหานครมากับเพื่อนอีกสามคนค่ะ
เส้นทางที่เราใช้คือ เริ่มต้นที่ Future Park Rangsit และใช้เส้นทางลำลูกกา-องครักษ์ (ผ่านดรีมเวิล์ด) ก่อนเลี้ยวเข้าสู่ทางพิเศษบางประอิน-บางนา โดยเส้นนี้จะไปบรรจบกับเส้น motor way โดยผ่านด่าเก็บค่าผ่านทางสองด่านด้วยกัน ค่าเสียหายด่านละ 30 บาทค่ะ ใครใช้ easy pass/m-pass ก็เข้าช่องขวาสุดเลยค่ะ
** อยากให้ทำใจนิดนึง กะเวลาเผื่อไว้เยอะ เพราะด่านเก็บค่าผ่านทางก่อนทางออกไป motor way นั้น รถเยอะมากค่ะ **
ระยะทางระหว่างกรุงเทพ-ไปยังศรีราชานั้นไม่ไกลมากค่ะ ประมาน 70 กม. ใช้เวลาชั่วโมงเศษๆก็ถึงแล้ว
เราขอเริ่มการรีวิวการเดินทางของเราตรงนี้เลยนะคะ
เราออกจากกทม.กันตั้งแต่แปดโมงกว่าๆ แต่เนื่องด้วยปัญหาการจราจร + แวะจุดพักรถ + วนหาที่จอด ซึ่งเอาจริงๆคือเวลาพอดีเป๊ะๆเลยค่ะ 11 โมงห้าสิบ เหลือเวลาสิบนาทีให้ไปที่ท่าเรือ โดยโบกสามล้อแถวนั้นไปท่าเรือค่ะ 60 บาท ไปถึงท่าเรือ 12.00 เป๊ะ เรือออกไปแล้ววว TT
ตอนนี้คือรู้สึกตัวเองน่าสมเพชมาก555 เรือถอยออกไปต่อหน้าต่อตา คือเราไม่คิดว่าเขาจะออกแบบเป๊ะขนาดนี้นเลยย ทำให้ต้องเสียเวลารอเรือรอบต่อไปอีกชม.นึง
** เรือจากศรีราชา-เกาะสีชัง ออกทุกๆหนึ่งชั่งโมงค่ะ และใช้เวลาอีกประมาณหนึ่งชั่วโมงในการเดินทาง**
เนื่องด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวไป เลยทำให้การท่องเที่ยวในเกาะสีชังของเรากินเวลาเพียงแค่ 3ชั่วโมงเศษเท่านั้นค่ะ
สำหรับใครที่จะนำรถไปแล้วอยากไปที่จอดแบบดีๆหน่อย (ไม่ต้องจอดแปะไว้ริมทาง) แนะนำไปจอดที่โรงเจนะคะ อยู่ทางด้านหลังตลาดสดเทศบาลศรีราชา แล้วก็เหมาสามล้อมาลงที่ท่าเรือเลยค่ะ ราคาก็จะต่างกันไปและแต่เขาเรียกนะคะ
-- เรือข้ามระหว่างเกาะค่ะ ระวังตอนขึ้น-ลงเรือนิดนึง เราไม่มีบันไดนะคะ คนขาสั้นแบบเราต้องก้าวสุดๆเลยค่ะ555 แนะนำนั่งชั้นสองนะคะ ลมเย็นสบาย ได้วิวสวยๆระหว่างทางเยอะเลยค่ะ --
พอไปถึงท่าเรือเกาะสีชังแล้วก็จะมีรถมอเตอร์ไซค์จอดรออยู่ค่ะ ให้เราเช่ากับคนที่เขายืนถือป้ายโบกๆไว้เลย ส่วนเราเป็น One-day trip บวก ขี่ไม่เป็นเลยขอเช่ารถเที่ยวแทน ตารางเต็มๆเขาจะพาไปทั้งหมด 4 ที่นะคะ แต่เราของตัวศาลเจ้าออกไปเพราะเวลาไม่พอจริงๆ เลยเหลือเป็น หาดถ้ำพัง --> สะพานอัษฎางค์ --> ช่องเขาขาด
จะไปทั้งหมดหรือน้อยกว่าเขาคิดราคาเท่ากันนะคะคือ 250 ไม่มีบวกเพิ่ม เวลาเขาเอาเราไปส่งที่ต่างๆก็จะกลับไปรับคณะอื่นอีกค่ะ พอเราเสร็จให้โทร.ไปหาพี่เขาแล้วเขาจะกลับมารับเองค่ะ
ภาพนี้คือภาพบริเวณเก้าอี้ผ้าใบ ริมหาดถ้ำพังค่ะ เขาเป็นร้านอาหารด้วยนะคะ ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวก็จังสั่งเครื่องดื่ม อาหารเล็กๆน้อยๆ มานั่งทานค่ะ วันที่เราไปเป็นวันธรรมดากลางสัปดาห์ คนแทบไม่มีเลยค่ะ
ตรงนี้ลมเย็นสบายมาก นั่งทางอาหารไป ชมวิวทะเลไป จะมีความสุขมากมาย ><
ภาพด้านล่างคือวิวบริเวณที่เรานั่งนะคะ ลมโกรก วิวสวย โคตรสวรรค์ แถมน้ำใสน่าลงมากกกกก หรือจะเดินถ่ายรูปบริเวณชายหาดก็ดีนะคะ แสงสวยมากกกก
เดินทางทางอีกฝั่งนึงของชายหาดค่ะ จะมีบริเวณที่เป็นโขดหินเรียงๆกันอยู่ ใครอยากได้รูปสวยๆก็แนะนำให้เดินมาไกลอีกนิดนะคะ
นี่ค่ะ โขดหินที่บอกไปเมื่อกี้ ไกลๆนั่นคือนางแบบของเราเอง ❤
บริเวณชายหาดตรงนี้ได้ไปหลายรูปมากกก เเต่ขออนุญาตไม่ลงนะคะ เพราะว่าเกรงใจนางแบบ TT
สถานที่ต่อไปที่เราจะไปกันคือ สะพานอัษฎางค์ค่ะ
แนะนำให้ใครอยากถ่ายรูปแบบไม่ติดใครเลยนะคะ เดินมาสุดสะพานเลยก็จะได้ภาพแบบนี้ จะถ่าย portrait หรือ group shot กับเดอะแก๊งค์ก็สวยค่ะ ในส่วนของตรงนี้ ได้หลายรูปเช่นกัน ตั้งกล้องถ่ายแบบไม่อายนักท่องเที่ยวคนอื่นเลย ขอโทษนะคะ TTTT
และสถานที่สุดท้ายบนเกาะสีชังที่เราได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมในเวลา 5 นาที 55555 เนื่องจากดูนาฬิกาแล้ว อมก. จะห้าโมงแล้ว ถ้าพลาดเรือเที่ยวนี้คือก้อาจจะได้นอนที่นี่เลย (อยากนอนนะ .... 555)
นั่นแหละค่ะ เลยรบกวนพี่คนขับให้เหยียบเลย กลัวตกเรือ ใช้ความเร็วแสงในการหามุมถ่ายรูป และภาพสวยๆที่ได้ก็คือแบบนี้ค่ะ
อืมมม มันจะสวยกว่านี้ค่ะถ้าฝีมือการถ่ายรูปของเราดีกว่านี้ 5555
เอาจริงๆตรงนี้เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นทาง ของช่องเขาขาดนี้คะ คนอื่นเขาเดินไปนู้นค่ะ ข้ามสะพานไปไกลๆ แต่เราไม่มีเวลาแล้วววว เลยได้แค่ตรงนี้ แต่การที่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ (ช่องเขาขาด) ตรงหน้าผา (ไม่น่ากลัวนะคะ ไม่ต้องกลัวตก) รู้สึกปลดปล่อย555 ลมเย็นมาก วิวดีมาก ไม่คิดว่าจะมีสถานที่แบบนี้อยู่ในประเทศใทย
ภาพด้านล่างตรงจุดที่เรายืนถ่าย เพื่อความปลอดภัยก็อย่ายืนริมเกินไปนะคะ อันตราย !
นี่ค่ะ (คิดว่าน่าจะเป็น) ที่ที่ทางสถานที่จัดไว้ให้ยืนถ่ายรูป แต่ไม่มีรั้วกั้นอย่างที่เห็น บริเวณที่เรานั่งด้านล่างคือทางเดินนะคะ ตรงนี้จะไม่น่ากลัวเท่าอีกฝั่งนึง ซึ่งด้านล่างคือ คลื่นและโขดหิน
และนี่คือทั้งหมดที่ได้จากทริปในครั้งนี้ ฮือ เสียใจ แต่ถ้ามีโอกาสก็อยากจะมาอีกนะคะ นักอ่านทุกคนถ้าหากมีโอกาสก็ลองแวะมาเยี่ยมชมเกาะเล็กๆนี้นะคะ ไม่ต้องไปไกลถึงต่างประเทศ ก็ได้วิวที่สวยได้ ซึ่งหลายคนคงไม่คาดคิดว่า เอ๊ะ นี่อยู่ในไทยหรอ ไม่เคยเห็นเลย
บอกตามตรงคือ เคยได้ยินแต่ชื่อ "เกาะสีชัง" เท่านั้นแหละค่ะ นี่เป็นครั้งแรกที่ได้มา มาไม่ยาก ไม่ไกลจากตัวเมืองกรุงเทพมากด้วย เลือกได้เลยว่าจะมีแค่เช้าเย็นกลับ เหมือนเรา หรือจะมานอนค้าง ที่นี่ก็มีโรงแรม ให้เลือกมากมายตลอดทางบนเกาะเลย
การเดินทางครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าไม่มีเพื่อนๆที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันนำเสนอสถานที่นี้ขึ้นมา
ขอบคุณเพื่อนร่วมทางที่น่ารัก ซึ่งทำให้การเดินทางครั้งนี้เป็น "การเดินทางที่แสนพิเศษ" อีกหนึ่งครั้งของตัวเราเลย
สุดท้ายนี้ เราอยากขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านบล็อกการเดินทางของเรานะคะ นี่เป็นครั้งแรกของเราที่เขียนบล็อกการเดินทางอย่างจริงจัง ยังไงสามารถติชมกันได้เลยนะคะ และเราจะนำกลับไปปรับปรุง ขอบคุณเพื่อนๆที่ช่วยเติมเต็มการเดินทางครั้งนี้ให้สมบูรณ์ ขอบคุณเงินทุนจากคุณพ่อด้วย555
Until we meet again.
X.
Ruksina.
ขอฝากไว้อีกนิดค่ะ เป็นเรื่องเล่าเล็กๆน้อยๆ ที่เราเจอมาจากอินเตอร์เน็ต เป็นความเชื่อที่เกิดขึ้นที่เกาะนี้ค่ะ ใครไปก็ลองดูนะคะ ❤
เขาเล่าว่า..."สะพานอัษฎางค์และช่องอิศริยาภรณ์ ช่องเขาขาด เกาะสีชัง จ.ชลบุรี เป็นสถานที่เติมความหวานให้ชีวิต ยามเช้าชวนกันมาเติมพลังแห่งรักกับแสงแรกของวัน ณ ปลายสะพานแห่งรัก และยามพระอาทิตย์ตกให้ไปอธิษฐานขอพรกลางช่องเขา" สำหรับคู่รักคู่ไหน ที่อยากเติมความหวาน แบบน้ำตาลเรียกพี่ อย่าพลาด กับสถานที่แห่งนี้ เกาะสีชัง เกาะแห่งความรัก และอย่าลืมไปอธิษฐานขอพรที่กลางช่องเขา คำอธิษฐานนั้นจะได้เป็นจริง...
นี่ค่ะ โขดหินที่บอกไปเมื่อกี้ ไกลๆนั่นคือนางแบบของเราเอง ❤
บริเวณชายหาดตรงนี้ได้ไปหลายรูปมากกก เเต่ขออนุญาตไม่ลงนะคะ เพราะว่าเกรงใจนางแบบ TT
สถานที่ต่อไปที่เราจะไปกันคือ สะพานอัษฎางค์ค่ะ
แนะนำให้ใครอยากถ่ายรูปแบบไม่ติดใครเลยนะคะ เดินมาสุดสะพานเลยก็จะได้ภาพแบบนี้ จะถ่าย portrait หรือ group shot กับเดอะแก๊งค์ก็สวยค่ะ ในส่วนของตรงนี้ ได้หลายรูปเช่นกัน ตั้งกล้องถ่ายแบบไม่อายนักท่องเที่ยวคนอื่นเลย ขอโทษนะคะ TTTT
และสถานที่สุดท้ายบนเกาะสีชังที่เราได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมในเวลา 5 นาที 55555 เนื่องจากดูนาฬิกาแล้ว อมก. จะห้าโมงแล้ว ถ้าพลาดเรือเที่ยวนี้คือก้อาจจะได้นอนที่นี่เลย (อยากนอนนะ .... 555)
นั่นแหละค่ะ เลยรบกวนพี่คนขับให้เหยียบเลย กลัวตกเรือ ใช้ความเร็วแสงในการหามุมถ่ายรูป และภาพสวยๆที่ได้ก็คือแบบนี้ค่ะ
อืมมม มันจะสวยกว่านี้ค่ะถ้าฝีมือการถ่ายรูปของเราดีกว่านี้ 5555
เอาจริงๆตรงนี้เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นทาง ของช่องเขาขาดนี้คะ คนอื่นเขาเดินไปนู้นค่ะ ข้ามสะพานไปไกลๆ แต่เราไม่มีเวลาแล้วววว เลยได้แค่ตรงนี้ แต่การที่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ (ช่องเขาขาด) ตรงหน้าผา (ไม่น่ากลัวนะคะ ไม่ต้องกลัวตก) รู้สึกปลดปล่อย555 ลมเย็นมาก วิวดีมาก ไม่คิดว่าจะมีสถานที่แบบนี้อยู่ในประเทศใทย
ภาพด้านล่างตรงจุดที่เรายืนถ่าย เพื่อความปลอดภัยก็อย่ายืนริมเกินไปนะคะ อันตราย !
นี่ค่ะ (คิดว่าน่าจะเป็น) ที่ที่ทางสถานที่จัดไว้ให้ยืนถ่ายรูป แต่ไม่มีรั้วกั้นอย่างที่เห็น บริเวณที่เรานั่งด้านล่างคือทางเดินนะคะ ตรงนี้จะไม่น่ากลัวเท่าอีกฝั่งนึง ซึ่งด้านล่างคือ คลื่นและโขดหิน
และนี่คือทั้งหมดที่ได้จากทริปในครั้งนี้ ฮือ เสียใจ แต่ถ้ามีโอกาสก็อยากจะมาอีกนะคะ นักอ่านทุกคนถ้าหากมีโอกาสก็ลองแวะมาเยี่ยมชมเกาะเล็กๆนี้นะคะ ไม่ต้องไปไกลถึงต่างประเทศ ก็ได้วิวที่สวยได้ ซึ่งหลายคนคงไม่คาดคิดว่า เอ๊ะ นี่อยู่ในไทยหรอ ไม่เคยเห็นเลย
บอกตามตรงคือ เคยได้ยินแต่ชื่อ "เกาะสีชัง" เท่านั้นแหละค่ะ นี่เป็นครั้งแรกที่ได้มา มาไม่ยาก ไม่ไกลจากตัวเมืองกรุงเทพมากด้วย เลือกได้เลยว่าจะมีแค่เช้าเย็นกลับ เหมือนเรา หรือจะมานอนค้าง ที่นี่ก็มีโรงแรม ให้เลือกมากมายตลอดทางบนเกาะเลย
การเดินทางครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าไม่มีเพื่อนๆที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันนำเสนอสถานที่นี้ขึ้นมา
ขอบคุณเพื่อนร่วมทางที่น่ารัก ซึ่งทำให้การเดินทางครั้งนี้เป็น "การเดินทางที่แสนพิเศษ" อีกหนึ่งครั้งของตัวเราเลย
สุดท้ายนี้ เราอยากขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านบล็อกการเดินทางของเรานะคะ นี่เป็นครั้งแรกของเราที่เขียนบล็อกการเดินทางอย่างจริงจัง ยังไงสามารถติชมกันได้เลยนะคะ และเราจะนำกลับไปปรับปรุง ขอบคุณเพื่อนๆที่ช่วยเติมเต็มการเดินทางครั้งนี้ให้สมบูรณ์ ขอบคุณเงินทุนจากคุณพ่อด้วย555
Until we meet again.
X.
Ruksina.
ขอฝากไว้อีกนิดค่ะ เป็นเรื่องเล่าเล็กๆน้อยๆ ที่เราเจอมาจากอินเตอร์เน็ต เป็นความเชื่อที่เกิดขึ้นที่เกาะนี้ค่ะ ใครไปก็ลองดูนะคะ ❤
เขาเล่าว่า..."สะพานอัษฎางค์และช่องอิศริยาภรณ์ ช่องเขาขาด เกาะสีชัง จ.ชลบุรี เป็นสถานที่เติมความหวานให้ชีวิต ยามเช้าชวนกันมาเติมพลังแห่งรักกับแสงแรกของวัน ณ ปลายสะพานแห่งรัก และยามพระอาทิตย์ตกให้ไปอธิษฐานขอพรกลางช่องเขา" สำหรับคู่รักคู่ไหน ที่อยากเติมความหวาน แบบน้ำตาลเรียกพี่ อย่าพลาด กับสถานที่แห่งนี้ เกาะสีชัง เกาะแห่งความรัก และอย่าลืมไปอธิษฐานขอพรที่กลางช่องเขา คำอธิษฐานนั้นจะได้เป็นจริง...





ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น